จากดวงดาวสู่ดวงจัน

การเดินทางทริปแรกในต้นฤดูฝน
คาดเดาไม่ถูกเหมือนกันว่าสภาพจะเป็นอย่างไร จะทำเวลาได้มากน้อยแค่ใหน มีเวลาน้อยนิดกับการเตรียมตัว ในใจลึกๆ แอบกังวลเล็กๆ กับการปั่นกลางสายฝน ทริปนี้หอบหิ้วจักรยานยัดใส่ SUV เพื่อนเลิฟ มุ่งหน้าสู่ดอยหลวงเชียงดาว หลังจากส่งไปทำสีใหม่ที่มีรอยถลอกจากการเดินทางมาแรมปี และเปลี่ยนแฮนด์เป็นแบบหมอบเพื่อแก้ปัญหาความเมื่อยระหว่างการปั่นยาวๆ  พักหนึ่งคืนที่เชียงดาวเพื่อเตรียมตัวทำใจ เอร๊ยยย ทำแผนการปั่น ร้อยกว่าโลในวันรุ่งขึ้น เป้าหมายคือไปให้ถึงท่าตอน ค้างหนึ่งคืน และเดินทางต่อในวันถัดไปเพื่อเข้าสู่อำเภอแม่จัน ปลายทางบ้านแม่คำหลวง ภาวนาขอให้อย่าเจอฝน ถ้าเมฆครึ้มๆ จะดีมากๆ

เชียงดาว – ท่าตอน ระยะทาง 110 กม 

สำหรับการเตรียมตัวในทริปนี้ขนของน้อยที่สุดตั้งแต่ปั่นมา แบกน้ำหนักเพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น และมีของชิ้นใหม่เข้ามาในทริปคือ เสื้อกันฝน อย่างน้อยก็เป็นเครื่องช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย …. นอนพักเอาแรงข้างดอยหลวงให้อุ่นใจ

เชียงดาว-ท่าตอน ระยะทาง 110 กม
ดอยหัวโท เป็นภูเขารอยต่อระหว่างเชียงดาวและไชยปราการคือจุดที่เดินดีกว่าปั่น เนินไ่ม่ชันมากแต่ยาวววว และโค้งงามแต๊งามว่า น่าจะเดินราวๆ 5 กม หรือมากว่านั้น ถ้าเป็นขาแรง และชุดเกียร์แบบขี้นเขาได้ ก็น่าจะรอด แต่เรานั้น เดินสิครัช รออะไร…จานหน้าชั้นเดียว 53 ฟัน มันเรงทางราบ แต่ขึ้นดอย จอดสนิท

จะฟินมากช่วงขาลงฝั่งอำเภอไชยปราการ ทางลาดและโค้งงามๆ แบบไม่ต้องออกแรงขา กระดิกนิ้วอย่างเดียว พ้นจากดอยหัวโทแล้ว ก็จะเป็นทางราบสลับเนินแล็กๆ จนถึงท่าตอน นับว่าเป็นเส้นที่ปั่นสนุกอีกหนึ่งเส้นทาง ช่วงเช้า แดดเบาๆ แต่ช่วงบ่ายแดดจะแรงไปใหน?

เดินบ้างปั่นบ้างตามประสา City Bike

รวมระยะเวลาอยู่บนเส้นทางนี้ 11 ชั่วโมง 20 นาที เข้าที่พักเป็นบังกาโลหลังย่อมๆ ริมน้ำกก เก็บของอาบน้ำแล้วปั่นเราะแอ่วชมเมืองท่าตอน เมืองเล็กๆ ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธ์ ทันทีที่ตะวันลับเหลี่ยมเขาเมืองก็เงียบสงัดจึงกลับเข้าบ้านพักนอนตายสนิทโดยมีแมวน้อยแสนซนมานอนเฝ้าหน้าห้อง ดี๊ดีย์ …อย่าเข้ามานะ ไม่มีแรงจะเล่นด้วย คร๊อกกกกก

บังกาโลริมน้ำน้ำกก ที่พักค้างคืนระหว่างทาง

รุ่งขึ้นคืนบ้านพัก หาอาหารใส่ท้อง และนำสัมภาระส่วนหนึ่งไปส่งพัสดุกลับไปบ้านเพื่อลดภาระน้ำหนักของเป้ เพราะรู้ดีว่าเส้นทางของวันนี้ใจร้ายกว่าเส้นทางเมื่อวาน……พร้อมมาก
มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่จันโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ช่วง 10 กม แรกจะเป็นทางราบเลาะขนานไปกับน้ำกกซึ่งอยู่ด้านขวาเป็นช่วงๆ (น้ำกกเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไหลขึ้นทางทิศเหนือ ในขณะที่แม่น้ำสายอื่นๆไหลไปทางทิศใต้) ผ่านสวนส้ม สวนองุ่นสามสี่สวน แต่ละสวนก็ตกแต่งเรียกแขกแบบไม่มีใครยอมใคร

ท่าตอน – แม่จัน ระยะทาง 60 กม ครึ่งทางคือการไต่ระดับ

ร้านกาแฟร้านสุดท้ายก่อนพาร่างขึ้นเขาเหลียงซาน

หลังจากสิบกิโลนี้ไปแล้ว จะมีความหรรษารออยู่ แม่จ้าวววว ดอยหัวโท ของเมื่อวานนั้น มิอาจเทียบได้ biker ขาอ่อน แต่ใจไม่อ่อน มองไปตามทางข้างหน้าแบบแหงนคอตั้งบ่า จะรอดมั๊ยตรู! แต่เราเตรียมตัวมาดี พร้อมเสมอ ฝึกเดินจูงจักรยานมาอย่างโชกโชน เดินไปเรื่อยตั้งแต่ประมาณ 10:00 . กว่าจะถึงจุดสูงสุดคือแยกกิ่วสะไต ก็ล่วงเวลาไป เที่ยงครึ่ง ขนาดเดิน หัวใจเต้นอยู่ที่ Zone 5 ต้องหยุดอยู่หลายครั้งเพื่อให้กลับไปเต้นอยู่ zone 2 อาจเป็นเพราะแดดแรงขึนเรื่อยๆ หลังจากจุดนี้จะเป็นทางลงสู่อำเภอเแม่จัน แบบลงยาวๆๆๆๆๆ ประมาณ 20 กม จากนั้นก็จะเป็นทางราบ ประมาณ 11 กม เข้าตัวอำเภอแม่จัน

เธอเห็นท้องฟ้านั่นใหม่ นั่นแหละต้องข้ามไปฝั่งขะโน้น

เอาจริงๆ เส้นนี้ทางโคตะระ สวย มาก อาจมีทางเลือกอีกหนึ่งคือ รอรถสองแถวท่าตอน กิ่วสะไต ตรงจุดที่มีป้ายบอก แม่จัน 45 กม.เพราะเป็นจุดสุดท้ายก่อนปีนดอย

ทางที่ยังทอดไกลสู่ปลายฟ้างาม เธอจะไปกับฉันใหม

จากแม่จันปั่นต่อไปที่บ้านแม่คำหลวงอีก 10 กม. คืนนี้คงนอนตายสนิท ผลาญพลังงานไป 7500 แคล

จุดสูงสุดคือแยกกิ่วสะไต ณ เวลาดวงอาทิตย์ทำมุมฉากกับยอดดอย หัวใจไบค์เกอร์เต้นอยู่ที่ Zone 5 ขณะเดิน

สุดสันเขานี้ ก็จะลงยาวๆ 20 โล เข้าแม่จัน

สรุปตลอดทริปเดินทางไม่เจอฝน เจอแต่แดดโบยตีขา แขน หน้า คอ แล้วจะกลับมาใหม่เส้นทางนี้เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน